Home> 7 เรื่องน่ารู้เกี่ยว ‘เลื่อย’ ที่พี่ช่าง(อาจ)ยังไม่รู้!

7 เรื่องน่ารู้เกี่ยว ‘เลื่อย’ ที่พี่ช่าง(อาจ)ยังไม่รู้!

4 November 2025
เลื่อยใช้ทำอะไร

พูดถึง “เลื่อย” หลายคนอาจนึกถึงเครื่องมืองานไม้ทั่วไปที่เห็นอยู่ประจำ แต่ในความจริงแล้ว “เลื่อย” คือ หนึ่งในเครื่องมือช่างที่มีประวัติยาวนานที่สุดในโลก และยังเป็นหัวใจสำคัญของงานช่างแทบทุกแขนง ตั้งแต่งานไม้ งานเหล็ก ไปจนถึงงานก่อสร้าง วันนี้ WORKPRO จะพาไปเปิดโลกกับ “7 Fun Facts เกี่ยวกับเลื่อย” ที่ทั้งสนุกและได้ความรู้ รับรองว่าอ่านจบแล้ว คุณจะมองเลื่อยใน มุมใหม่แน่นอน

ทำความรู้จักเลื่อยแบบต่างๆ ของ WORKPRO 

ก่อนจะไปดูเรื่องราวน่าสนใจของเลื่อย มาดูกันก่อนว่า WORKPRO มีเลื่อยกี่แบบ และแต่ละแบบเหมาะกับงานแบบไหน ซึ่งหลัก ๆ แล้วมี 4 ประเภท ดังนี้ 

เลื่อยลันดา Workpro

1. เลื่อยลันดา (Hand Saw)

เลื่อยไม้สารพัดประโยชน์ ใช้ได้กับทั้งงานบ้าน งาน DIY หรืองานไม้ทั่วไป ตัวใบเลื่อยแข็งแรง ฟันคม ตัดได้ตรงและไว

เลื่อยปังตอ Workpro

2. เลื่อยปังตอ (Back Saw)

เหมาะกับงานละเอียด เช่น ทำร่องไม้หรือประกอบเฟอร์นิเจอร์ จุดเด่นคือใบเลื่อยสั้นแต่แข็งแรง ควบคุมแนวตัดได้แม่น

เลื่อยตัดโลหะ สำหรับงานหนัก Workpro

3. เลื่อยตัดโลหะ (Hacksaw)

สำหรับช่างเหล็กโดยเฉพาะ ใช้ตัดท่อเหล็ก ทองเหลือง หรืออลูมิเนียม ใบเลื่อยเปลี่ยนได้ และทนความร้อนได้ดี

เลื่อยหางหนู workpro

4. เลื่อยหางหนู (Keyhole Saw)

เหมาะกับงานตัดร่องหรือพื้นที่เข้าถึงยาก เช่น งานฝ้า หรือเจาะช่องเล็ก ๆ ใช้งานสะดวกและแม่นยำ

7 Fun Facts เกี่ยวกับ เลื่อย ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ เลื่อย

1. เลื่อยเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่เก่าแก่ที่สุดของมนุษย์

เลื่อยมีมาตั้งแต่กว่า 3,000 ปีก่อนคริสตกาล ในยุคอียิปต์โบราณ มนุษย์เริ่มใช้เลื่อยที่ทำจากทองแดงและสำริด เพื่อตัดไม้และหิน ก่อนจะพัฒนาเป็นเหล็กกล้าในยุคต่อมา ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของเลื่อยสมัยใหม่ที่เราคุ้นเคยกันในปัจจุบัน

แหล่งข้อมูล : Kiddle Encyclopedia: Saw , Encyclopaedia Britannica: Saw (tool)

2. ฟันเลื่อย “เฉือน” ไม่ใช่ “ขูด”

หลายคนเข้าใจผิดว่าเลื่อยทำงานเหมือนกระดาษทรายที่ขูดเนื้อไม้ออกทีละนิด แต่จริง ๆ แล้ว ฟันเลื่อยถูกออกแบบให้ “เฉือน” เนื้อวัสดุออกเป็นเศษเล็ก ๆ มุมของฟันเลื่อย (Tooth Geometry) จะกำหนดว่ามันตัดได้ลื่นหรือฝืด หากฟันคมและมุมถูกต้อง ก็จะช่วยลดแรงในการตัดได้อย่างมาก ทำให้งานออกมาเรียบเนียนและประหยัดแรงช่างไปได้เยอะเลย

แหล่งข้อมูล: Fine Woodworking: Understanding Saw Tooth Geometry , Popular Woodworking: How a Saw Actually Cuts

3. เลื่อยญี่ปุ่น vs เลื่อยยุโรป - ต่างกันตรงไหน?

ใครที่เป็นสายงานไม้ต้องรู้ไว้เลยว่า “ทิศทางการเลื่อย” มีผลต่อผลลัพธ์หลังใช้งานก็คือ 

  • เลื่อยญี่ปุ่น (Japanese Saw) ใช้แรง “ดึง” ตอนตัด ทำให้งานเรียบ เนียน ใช้แรงน้อย เหมาะกับงานละเอียด
  • เลื่อยยุโรป (Western Saw) ใช้แรง “ผลัก” ตอนตัด ให้ความรู้สึกแข็งแรง ควบคุมง่าย เหมาะกับไม้หนาหรือชิ้นใหญ่

ซึ่งทั้งสองแบบมีจุดเด่นต่างกัน ไม่มีอันไหนดีกว่ากัน ขึ้นอยู่กับประเภทงานและความถนัดของผู้ใช้

แหล่งข้อมูล: iToolmart Blog ความต่างของเลื่อยญี่ปุ่นกับเลื่อยยุโรป

4. ยิ่งฟันเลื่อยละเอียด งานยิ่งเนียน

ฟันเลื่อยไม่ได้มีขนาดเดียว! โดยทั่วไปจะใช้หน่วย TPI (Teeth Per Inch) หรือจำนวนฟันต่อหนึ่งนิ้ว เพื่อบอกความละเอียดของใบเลื่อย

  • ฟันน้อย (TPI ต่ำ) ตัดเร็ว เหมาะกับงานหยาบ
  • ฟันถี่ (TPI สูง) ตัดช้า แต่งานเรียบและสวยกว่า

5. เลื่อยไม่ได้ใช้กับไม้เท่านั้น

ในปัจจุบันมีเลื่อยหลายแบบที่ออกแบบมาสำหรับ ตัดโลหะ พลาสติก PVC หรืออลูมิเนียม เช่น “เลื่อยตัดโลหะ WORKPRO” ที่ใช้ใบมีดแข็งพิเศษ สามารถรับแรงบิดและความร้อนได้ดี เหมาะกับงานอุตสาหกรรมหรือช่างมืออาชีพ

6. ใบเลื่อยดี ช่วยลดแรงได้กว่า 30%

จากการทดสอบในห้องปฏิบัติการ พบว่า “เลื่อยที่มีมุมฟันคม และทำจากเหล็กคุณภาพดี” สามารถลดแรงต้านขณะตัดได้ถึง 30-40% ผลลัพธ์คือ งานเรียบกว่า ใช้แรงน้อยลง และประหยัดเวลาในการทำงาน

7. เก็บเลื่อยให้ถูกวิธี ยืดอายุการใช้งานได้หลายปี

หลังใช้งาน ควรเช็ดทำความสะอาดฟันเลื่อยทุกครั้ง ใช้ผ้าแห้งเช็ดน้ำมันบาง ๆ ป้องกันสนิม แล้วเก็บในที่แห้ง หลีกเลี่ยงการเก็บในกล่องปิดทึบหรือบริเวณที่มีความชื้น เพราะ สนิม คือศัตรูอันดับหนึ่งของใบเลื่อย

สรุป

จากเครื่องมือพื้นฐานในยุคอียิปต์โบราณ สู่เลื่อยคุณภาพระดับมืออาชีพในยุคปัจจุบัน WORKPRO ได้พัฒนาเลื่อยให้ใช้งานง่าย ทนทาน และตอบโจทย์งานช่างทุกประเภท เพราะเบื้องหลังใบเลื่อยหนึ่งเล่ม มีทั้งศาสตร์ของช่างและเทคโนโลยีที่สืบทอดมากว่าพันปีเลยทีเดียว


สะสมแต้ม
บทความ
หาซื้อได้ที่ไหน
สินค้า
ติดต่อเรา